แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อิสรภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ อิสรภาพ แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2554

ฝนตก

เครดิตรูปจาก www.howdythaihotel.blogspot.com

ตั้งแต่กลับมากรุงเทพฯ ได้อาทิตย์กว่า ฝนฟ้าตกแบบหลงฤดูเกือบจะวันเว้นวัน ตกมาแต่ละทีแรงจนทำให้กรุงเทพกลายเป็นคลองแทบในพริบตา นอกจากน้ำท่วมแล้ว ฝนตกรถติดแทบจะเป็นของตัดกันไม่ขาด
จะว่าไปคนกรุงเทพฯ กลัวฝนก็คงไม่ผิดนัก
เมื่อเย็นวันนี้ที่กำลังนั่งเขียนต้นฉบับอยู่นี่ เจ้าฝนก็เทลงมาเหมือนกับนัดหมายคนเมืองเอาไว้ คือชอบตกเวลาเลิกงานเป๊ะ ๆ แต่มานั่งทบทวนความทรงจำ จริง ๆ แล้วถึงแม้เราจะเกิดและอาศัยอยู่ในเมืองมาตั้งแต่เกิด จำได้ว่าความรู้สึกสนุกเกิดขึ้นทุกครั้งเวลาท้องฟ้าคำรามฮึ่ม ๆ มาแต่ไกล
จนพาลทำให้นึกไปว่า นี่เราเล่นน้ำฝนครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
ยังจำความรู้สึกเมื่อตอนเป็นเด็กได้ดี ตอนที่เป็นนักกีฬาบาสเกตบอลของโรงเรียน แล้วต้องเก็บตัวอยู่ที่นั่น ทุกครั้งเวลาที่ฝนตกจะเป็นข่วงเวลาสุขสดชื่นที่สุด เหมือนหัวใจมันโบยบินออกไปไกล รู้สึกได้ถึงความอิสระเสรีสุด ๆ เพราะการอยู่โรงเรียนในช่วงฝนตกนั้น หมายความว่าเราจะเล่นน้ำฝนได้อย่างสมใจแบบไม่ต้องมีใครมาห้าม
จะเล่นนานเท่าไหร่ก็ได้จนกว่ามาเซอร์จะมาเห็น
เมื่อนั้นความสุขเป็นอันจบสิ้น
แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าอยู่บ้าน เพราะนอกจากจะได้เล่นกับเพื่อนแล้ว เรายังได้เพลิดเพลินกับน้ำท่วม เพราะด้วยความที่โรงเรียนอยู่ติดเชิงสะพานซังฮี้ เมื่อฝนตกหนักจนไม่มีที่ระบาย น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาก็ไหลเข้ามาท่วมโรงเรียน  
เมื่อนั้นนับว่าเป็นเวลาที่เรามีความสุขที่สุด
แล้วครั้งสุดท้ายเราเล่นน้ำฝนกันเมื่อไหร่
จำได้ว่านานมาก นานจนแทบจำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ แล้วทำไมอยู่ดี ๆ ก็รังเกียจน้ำฝนขึ้นมาซะอย่างงั้น หรือความเป็นเด็กมันหายไปนับตั้งแต่ที่เราออกจากโรงเรียน
นอกจากเมื่อโตขึ้นจะไม่ยอมเล่นน้ำฝนแล้ว ช่วงย่างเข้าวัยรุ่นยังจำได้ว่าน้ำฝนมักจะมาพร้อมกับอารมณ์เพ้อ ๆ ฝัน ๆ เหงา ๆ อย่างไรพิกล อารมณ์แบบนี้ไม่รู้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ตอนนั้นได้แต่บอกกับเพื่อนว่า ชอบนั่งมองฝนตก รู้สึกว่ามันได้อารมณ์เหงาดี
ผ่านร้อนผ่านหนาวจนมาถึงเมื่ออายุถึงคราวย่างเข้าเลขสี่ ไม่รู้จะเป็นเพราะอิสรภาพที่ใครขีดเอาไว้ ความคิด อารมณ์ น้ำฝน ความสุข ความสนุก ความเหงา มันมารวมตัวกันได้อย่างไร
และเมื่อน้ำฝนก็ยังคงทำหน้าที่ตามธรรมชาติของมัน
เราก็ยังคงต้องทำตามหน้าที่ของตัวเองไปเรื่อย ๆ
ว่าแล้วตั้งหน้าตั้งตารอฝนตกครั้งต่อไปดีกว่า จะลองออกไปเล่นน้ำฝนดูอีกที เผื่อความรู้สึกสนุก ๆ และอิสรภาพที่คงกำลังเดินหลงทางที่ไหนสักแห่งจะกลับคืนมาสู่ตัวเราอีกสักครั้ง

วันพุธที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

อิสรภาพ

เครดิตรูปจาก http://www.theaustralian.com.au/

เราคงเคยได้ยินหลายคนพูดว่า อิสรภาพเป็นสิ่งที่หอมหวาน
แต่สำหรับเรา อิสรภาพเหมือนขนมหวานมากกว่า
คืออร่อยกับมันได้บ้าง แต่ถ้ามากเกินไปฟันก็อาจจะผุเอา
อิสรภาพก็เช่นกัน มันคงจะต้องมีขอบเขตตามที่มันควรจะเป็น
ตามพจนานุกรม ในความหมายทั่วไป คำว่า อิสรภาพหมายถึง สภาวะที่เป็นอิสระ ไม่ถูกจำกัด ไม่ถูกกักขังหรือถูกตีตรวน
เหตุการณ์ที่อิยิปต์ในขณะนี้ อาจจะทำให้เราเข้าถึงจิตใจของมนุษย์ ที่จำเป็นต้องลุกขึ้นต่อสู้ ดิ้นรน  ฟาดฟัน เพื่อให้ได้มาซึ่งความเป็นอิสระจากการกดขี่ของชนชั้นที่มีอำนาจ
ภาพที่คนหลายล้านคน ออกมาเดินขบวนประท้วงบนท้องถนนในกรุงไคโร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของอิยิปต์ เป็นภาพที่ดูแล้วเชื่อว่าถ้าทุกคนได้เห็น จะรู้สึกเศร้าสลดไปกับเหตุการณ์นองเลือด ครั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของชนชาติอาหรับอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
นักปรัชญาชาวฝรั่งเศส ชอง ชาก รุสโซ กล่าวว่าสภาพที่เป็นอิสระนั้น เป็นสิ่งที่ติดมากับความเป็นมนุษย์ เป็นหน้าที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ของการมีวิญญาณและร่างกาย ผลสืบเนื่องก็คือการปฏิสัมพันธ์ต่อมาหลังจากการเกิด ล้วนแต่เป็นการสูญเสียความเป็นอิสรภาพไป ไม่ว่าจะเป็นทั้งโดยความสมัครใจและไม่สมัครใจ
ทุกวันนี้เรามีอิสรภาพกันแค่ไหน?
หรือเปรียบเปรยกันแบบง่าย ๆ เรากินขนมหวานมากหรือน้อยเกินไปรึเปล่า?
หลังจากที่เราใช้ชีวิตอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกามาหลายปี ต้องถือว่าคนของเขาใช้อิสรภาพกันอย่างชุ่มปอด จนบางครั้งเราเองรู้สึกว่ามันมากเกินไปรึเปล่า กับการกินขนมหวานแบบนิวยอร์คชีสเค้กกันตลอดเวลา
ระบบรีฟันด์ ที่มักจะถกเถียงกันบ่อยครั้งในหมู่คนไทยว่า ถ้าระบบนี้เอาไปใช้ในเมืองไทย ธุรกิจของเราคงจะมีแต่เจ๊งกับเจ๊ง อันนี้ก็ไม่ถียง เพราะพี่ไทยคงเดินชักเท้าคืนของกันเป็นว่าเล่น แต่บางครั้งเราเองก็รู้สึกว่าคนอเมริกันเองก็ใช้สิทธิ์นี้กันมากเกินไป
อย่างพวกเสื้อผ้าที่ซื้อไปแล้วไม่ชอบ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม สามารถเอาไปคืนได้ แต่บางทีก็มีคนหัวใส ซื้อเอาไปใส่ ใส่ไม่ใส่เปล่าแถมเอาไปซักอีกต่างหาก แล้วเอาไปคืนเมื่อเวลาผ่านไปหลายเดือน เลยเป็นภาพที่เราคุ้นตาตามเคาน์เตอร์คืนของ อาจจะมีการทะเลาะกันบ้างเล็กน้อยเมื่อมีการซักถามถึงสาเหตุที่ต้องการคืนของ
และสุดท้ายก็จะจบลงตรง
ดิส อิส มาย ไรท์
ดิส อิส มาย ฟรี ด้อม
ถามหน่อยเถอะมันฟรีด้อมยังไง (ฟร่ะ) ก็ยูไปทำข้าวของเขาเสียหาย เสื้อผ้าที่ซักแล้ว ๆ เอาไปคืน นั่นหมายความว่า เขาไม่สามารถเอาไปขายต่อได้ นี่ยูกำลังทำให้คนอื่นเดือนร้อนนะเนี่ย
มีตัวอย่างการใช้อิสรภาพของคนอเมริกันมากมาย ที่ได้ยินแล้วบางทีก็ขำ ๆ แต่บางทีก็ขำไม่ออกอยู่หลายเรื่อง อย่างลูกค้าที่ร้านก็มีอยู่หลายคนที่เอ็นจอยกับคำว่าอิสรภาพกันแบบฟุ่มเฟือย ไม่ชอบ ไม่อร่อย (แต่กินหมด) และไม่จ่ายมีกันให้เห็นไม่เว้นแต่ละวัน
ถึงได้บอกว่า ถ้าอิสรภาพเป็นของหวาน เราต้องรู้จักกินมันให้พอดี ๆ อย่าตะกละมูมมามจนพาลทำให้เราต้องไปพบหมอฟันกันบ่อย ๆ
เอาให้มันแบบพอดี ๆ ก็แล้วกันดีไหม?